|
สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ
Thai - Laos - China
|
เส้นทางถนนสาย
R3E
จีน ไทย ลาว จากเชียงรุ่ง บ่อหาน บ่อเต็น ชายแดนจีน
ลาว เมืองหลวงน้ำทา บ่อแก้ว ห้วยทราย |
|
เส้นทางถนนสาย
R3W
จีน พม่า ไทย จาก เชียงรุ่ง ท่าลั๊ว เชียงตุง
ท่าขี้เหล็ก |
|
เส้นทาง
R10
โครงการถนนเลียบชายผั่งทะเล ไทย - กัมพูชา - เวียดนาม |
|
เส้นทาง
R3B
ไทย - พม่า - จีน |
เส้นทาง
R3B
ไทย - พม่า - จีน
เส้นทางเริ่มจาก อ.แม่สาย
จ.เชียงราย เชื่อมต่อกับท่าขี้เหล็กของพม่า ผ่านเมืองเชียงตุงไปต่อพรมแดนพม่า -
จีน ที่ดาลั๊ว จากนั้นจะไปรวมกับเส้นทาง
R3A
ที่เมืองเชียงรุ้ง และไปยังคุนหมิงต่อไป รวมระยะทงจากแม่สาย -
เชียงรุ้ง ประมาณ 380 กิโลเมตร
ขณะนี้การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2
และถนนเชื่อมต่อกับเส้นทางสายท่าขี้เหล็ก - เชียงตุง ในวงเงินงบประมาณ
38 ล้านบาท
ซึ่งเป็นเงินให้เปล่าของรัฐบาลไทยแล้วเสร็จและมีพิธีเปิดไปแล้ว
เส้นทางพม่า จากท่าขึ้เหล็ก -
เชียงตุง ระยะทาง 164 กิโลเมตร
เป็นถนนลูกรังที่กำลังก่อสร้างเป็นทางลาดยาง
เดิมรัฐบาลไทยเคยให้ความช่วยเหลือโดยอนุมัติเงิน 300
ล้านบาท เพื่อพัฒนาเส้นทางดังกล่าว
แต่ปัจจุบันพม่าได้พัฒนาโดยการให้สัมปทานและจะขอใช้เงินจำนวนดังกล่าวไปพัฒนาเส้นทางสายแม่สอด
- เมียวดี - พะอัน เพื่อไปยังร่างกุ้งแทน ส่วนถนนจากเชียงตุง -
ดาลั๊ว ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร
พม่ากับจีนได้ร่วมมือกันก่อสร้างเป็นถนนลูกรังไว้แล้ว
และพม่ากำลังก่อสร้างลาดยาง
สำหรับถนนในจีนจากชายแดนจีนไปยังเมืองเชียงรุ้งก็กำลังก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง
2 ช่องจราจร
เส้นทาง
R10
โครงการถนนเลียบชายผั่งทะเล ไทย - กัมพูชา -
เวียดนาม
เส้นทางเริ่มจากจังหวัดตราด (ไทย) - เกาะกง (กัมพูชา) - อ.สะแรอัมเบิล -
สีหนุวิลล์
- คาเมา (เวียดนาม) โดย
ADB
จะให้ความช่วยเหลือในการศึกษาความเหมาะสมฯ ของโครงการนี้เส้นทางกัมพูชา
ช่วง จ.เกาะกง - อ.สะแรอัมเบิล ระยะทาง 160 กิโลเมตร
ค่าก่อสร้างประมาณ 334.5 ล้านบาท ในปี 2543
รัฐบาลไทยได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือรัฐบาลกัมพูชาในวงเงิน
134.5 ล้านบาท
เพื่อให้ทหารช่างดำเนินการก่อสร้างและซ่อมแซมเส้นทางให้เป็นถนนผิวจราจรลูกรัง
กว้าง 8 เมตร และไหล่ทางข้างละ 1
เมตร แล้วเสร็จต้นปี 2546
ขณะนี้รัฐบาลไทยได้อนุมัติความช่วยเหลือในการก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 4
แห่ง แบบให้เปล่า วงเงิน 288 ล้านบาทและให้กรมทางหลวงให้ความช่วยเหลือในการสำรวจและออกแบบการก่อสร้างลาดยางถนนสายนี้
รวมถึงรัฐบาลไทยจะให้เงินกู้แบบผ่อนปรนแก่กัมพูชา วงเงิน 568
ล้านบาท ภายหลังอนุมัติวงเงินกู้เพิ่มเติมอีก 300
ล้านบาท เพื่อทำการก่อสร้างลาดยาง ขณะนี้
กัมพูชาอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างลาดยางเส้นทางดังกล่าว
ซึ่งโครงการก่อสร้างดังกล่าวข้างต้นกำหนดแล้วเสร็จในปี 2550.
โครงการพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ
การเดินเรือสินค้ามากมายจากประเทศจีนเข้าสู่ประเทศไทย
เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ
โครงการนี้มีแนวความคิดที่จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้มีการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
โดยมองเห็นว่า จ.เชียงราย
มีศักยภาพที่จะเป็นประตูการค้าติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านนานาชาติ
โดยเฉพาะประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ๖ ประเทศ คือ จีน พม่า ลาว กัมพูชา
เวียดนาม และไทย หรือที่เรียกกันว่า กลุ่มประเทศ GMS (Great Mekong
Subregion)
ให้สามารถเชื่อมโยงกับชุมชนศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ
และเปิดติดต่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ในแผนนี้มีการกำหนดกิจกรรมและโครงการ
รวมทั้งโครงการก่อสร้างทั้งหลายเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดยมุ่งเน้นไปที่ ๓ อำเภอหลักใน จ.เชียงราย คือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ.
ในด้านของอุตสาหกรรม
โครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเห็นว่า
ควรมีการดำเนินการจัดตั้งเขตประกอบอุตสาหกรรมทั่วไปและอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
รวมทั้งการจัดการสินค้า ใน อ.เชียงของ
ควรพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตรครบวงจรและเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
ในการพัฒนาให้เป็นเขตอุตสาหกรรมนั้น แผนนี้กำหนดว่า
ต้องมีการสร้างท่าเทียบเรือ ปรับปรุงถนน
และสร้างเขตประกอบการอุตสาหกรรมเชียงแสนและเชียงของ
มีการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบระบาย และป้องกันน้ำท่วม เป็ ต้น บทเรียนการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ อ.เชียงของ
ได้ทำให้แม่น้ำโขงของฝั่งไทยพังทลายมา
ขณะที่ตะกอนกลับไปทับถมร่องน้ำทางฝั่งลาวจนตื้นเขิน และทำให้เกิดการ “มูน”
หรือมีการทับถมของทราย เกิดเป็นดอนกลางลำน้ำโขงขึ้นใหม่
การสร้างท่าเรือแห่งนี้ รวมทั้งที่ อ.เชียงแสนทางตอนเหนือขึ้นไป
ได้กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศเนื่องจากได้มีการสร้างท่าเรือทั้ง ๒
แห่งล้ำเข้าไปในลำน้ำจนทำให้ลาววิตกกังวลเกี่ยวการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ
ท่าเรือทั้ง ๒ แห่งนี้ถูกผลักดันในการประชุมหอการค้าทั่วประเทศที่ จ.เชียงราย
ในสมัย นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘
และนำไปสู่การอนุมัติงบประมาณกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
เพื่อก่อสร้างท่าเรือทั้งที่เชียงแสนและเชียงของ
แต่กระแสน้ำโขงที่เชียวกรากได้พัดพาเอาท่าเรือเชียงแสนที่มีมูลค่า ๑๔
ล้านบาทพังลงทันทีที่ก่อสร้างเสร็จ.
ต่อมาในปี
พ.ศ. ๒๕๔๐ –
๒๕๔๑
กรมเจ้าท่าได้เสนอโครงการของบก่อสร้างท่าเรือแม่น้ำโขงใหม่
ทั้งที่เชียงของและเชียงแสนในงบประมาณ ๒๐๕ ล้านบาท เป็นงบออกแบบ ๕ ล้านบาท
แต่โครงการนี้ก็ประสบปัญหาที่ไม่คาดคิดมาก่อนนั้นคือ ระหว่างการก่อสร้าง
ลาวได้มีการคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือทั้ง ๒ แห่ง เนื่องจากการออกแบบท่าเรือ
ได้ยื่นออกไปในลำน้ำโขงเกินเขตแดนของลาวโดยไม่ได้มีการปรึกษาหรือขออนุญาตก่อน
หลังการเจรจาระหว่างไทยกับลาวต้นปี พ.ศ. ๒๕๔๕
ลาวจึงยอมให้ก่อสร้างท่าเรือเชียงของได้
โดยอนุญาตให้สร้างล้ำเข้าไปในเขตแม่น้ำได้แต่ต้องลดระยะลง
เป็นเหตุให้ต้องทุบทิ้งท่าเรือเชียงของที่เพิ่งสร้างได้ไม่กี่ปีทิ้งอีก
ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมให้สร้าง.
ท่าเรือเชียงแสนที่ยังคงไม่ยอมแก้แบบก่อสร้าง
และแม้ท่าเรือเชียงแสนจะสร้างเสร็จเรียบร้อยและเปิดใช้งานในวันที่ ๑ ตุลาคม
๒๕๔๖ ทว่ามีเรือขนส่งไม่กี่ลำเข้ามาเทียบท่า ส่วนใหญ่จะไปใช้ท่าเรือของเอกชน.
เส้นทาง เชียงของ
R3A
|